วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป # ๓๐ (วัดเขารูปช้าง จ.พิจิตร )




วันนี้ผมขุนอภัยภักดีกลับมาทำหน้าที่อีกกระทู้หนึ่งที่ขอฝากไว้กับทุกๆท่าน เพื่อที่พอจะโน้มน้าวให้เราได้หันหน้าเขาวัดกันบ้างไม่ว่าจะเข้าไปทำบุญไหว้พระ เช่าบูชาพระเครื่องวัตถุมงคลหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม และวันนี้จะพาขึ้นไปเที่ยววัดเขารูปช้าง เมืองพิจิตร เรามาทราบประวัติของวัดกันพอสังเขป เพื่อเป็นความรู้เล็กๆน้อยๆประกอบการชมกระทู้และรูปภาพที่นำมาให้ชมหลักฐานทางประวัติศาสตร์  วัดเขารูปช้าง  ได้สร้างขึ้นปี  พ.ศ.2244  พร้อมกับวัดโพธิ์ประทับช้าง  ในสมัยพระศรีสรรเพ็ชรที่  8  หรือพระเจ้าเสือ  แห่งกรุงศรีอยุธยา  โดยสมุหนายก  ผู้ควบคุมไพร่พลโยธามาสร้างวัดโพธิ์ประทับช้างตามพระราชประสงค์  ได้มาพบภูเขาส่วนยอดมีลักษณะเหมือนรูปช้าง  เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะที่จะสร้างวัด  สร้างที่พักอยู่บนที่สูงเพื่อตรวจภูมิประเทศ  ดูแลความปลอดภัยของไพร่พล  เมื่อสร้างเสร็จแล้วให้ชื่อว่า “วัดเขารูปช้าง”  ตามลักษณะหินสีขาวที่ซ้อนกันอยู่เป็นรูปช้างคุกเข่าบนยอดเขามีล ักษณะการก่อสร้างสถาปัตยกรรมโบสถ์   วิหาร  พระพุทธรูป  พระปรางค์ เจดีย์ เป็นแบบสมัยอยุธยา


ต่อมาประมาณ  พ.ศ.2300  ได้มีการสร้างเจดีย์บรรจุพระธาตุไว้บนส่วนหัวของรูปช้าง  ในสมัยรัชกาลที่  3  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ต่อมาเจ้าฟ้ามงกุฎ หรือรัชกาลที่  4  ในสมัยยังทรงผนวชเป็นภิกษุ  ได้เสด็จธุดงค์เมืองนครสวรรค์  พิจิตร  พิษณุโลก  สุโขทัย  สวรรคโลก  และอุตรดิตถ์      ทรงแวะประทับที่วัดเขารูปช้างและตำบลฆะมัง  เพื่อร่วมฉลองวิหารวัดเขารูปช้าง   เมื่อวันที่  22–26  มกราคม  2376  นับได้ว่าวัดเขารูปช้างแห่งนี้  พระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้สร้าง  และพระเจ้าแผ่นดินยังได้ทรงมาประทับร่วมฉลองวิหารอีกด้วย     จึงถือว่างานประเพณีปิดทองไหว้พระ  วันเพ็ญเดือน  3  ก็นับเริ่มตั้งแต่นั้นมา  นับเป็นเวลากว่าร้อยปี    ในระยะเวลาถัดมา   วัดเขารูปช้างได้รับการพัฒนาให้มีความเจริญขึ้นมาตามลำดับ  เท่าที่ทราบเริ่มจากในสมัยของพระเดชพระคุณพระครูพิพัฒน์ธรรมคุณ  หรือหลวงพ่อเตียง  สมัยพระครูวิเวกธรรมมาภิรมย์  หรือหลวงพ่อเทิ้ม   และสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน 


วัดเขารูปช้าง ในปัจจุบันบนยอดเขามีเจดีย์สีทองเหลืองอร่าม ตั้งอยู่บนก้อนหินที่ซ้อนกันจนมองดูคล้ายกับรูปช้างกำลังหมอบคลานอยู่ แต่เดิมเป็นเจดีย์เก่ามาก่อน และทางวัดได้ทำการปฏิสังขรณ์ใหม่เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ โดยประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ สำหรับลานกว้างบนยอดเขา ทางวัดได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นหลังหนึ่งและมีเจดีย์เก่าอยู่องค์หนึ่งเป็น เจดีย์แบบลังกาทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา มีตัวระฆังเป็นกลีบมะเฟืองแต่ยอดเจดีย์หักแล้ว นอกจากนั้นยังมีมณฑปแบบจตุรมุขหลังเก่าอยู่ใกล้กับโบสถ์หลังใหม่
ภายในมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสำริดและที่ฝาผนังมีภาพเขียนเรื่องไตรภูมิ พระร่วง ในบริเวณวัดจะพบว่ามีสวนสัตว์ขนาดเล็ก บริเวณศาลากลางน้ำจะมีปลาตัวโตจำนวนมาก ที่วัดนี้มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดพิจิตร คือหลวงพ่อเตียง มีพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเตียง เสร็จแล้วเดินขึ้นตามทางบันไดนาค ความสูง 136 ขั้น  ขึ้นไปชมทิวทัศน์บนยอดเขา  เมื่อขึ้นไปด้านบนสุดแล้วจะสามารถมองเห็นตัวเมืองพิจิตรและตัวเมืองตะพานหิน ได้ชัดเจน



ประวัติของหลวงพ่อเตียง วัดเขารูปช้างกับครับท่านมีนามเดิมว่า เตียง เกิดปีฉลูตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น13 ค่ำ เดือน 3 วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2444 บ้านดงกลาง ตำบลดงป่าคำ อ.เมือง จ.พิจิตร มีโยมบิดาชื่อ เลี่ยม โยมมารดาชื่อ ลำภู นามสกุล สวนสนิท มีพี่น้องเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว และยังมีพี่น้องต่างมารดาอีก 9 คน เมื่อสมควรแก่การศึกษา พ่อแม่ของหลวงพ่อเตียงได้ส่งให้ท่านร่ำเรียนหนังสือที่โรงเรียนบ้านดงป่าคำ จนกระทั่งจบชั้นประถมปีที่ 4 เมื่อปี พ.ศ.2455 บรรพชาอุปสมบทท่านอุปสมบทเมื่ออายุได้ 22 ปี ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 3 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2466 ที่วัดดงกลาง โดยมี พระครูศีลธรารักษ์ เป็นพระอุปัชณาย์ และพระอธิการปุ่น เป็นพระอนุสาวนาจารย์   ได้รับฉายา เนกขัมโม เมื่อรับการอุปสมบทแล้วท่านได้อยู่จำพรรษาเพื่อร่ำเรียนพระธรรมวินัยที่วัดดงกลางเรื่อยมาจนมีความรอบรู้ในพระธรรมวินัยดีแล้ว




ท่านจึงได้เดินทางจากวัดดงกลาง ไปศึกษาแพทย์แผนโบราณกับ หมอแก้ว บ้านท่าบัวทอด ที่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง เพื่อไว้สงเคราะห์ญาติโยมในคราวจำเป็นเท่าที่พอจะสงเคราะห์ได้  เมื่อเรียนจบหมอโบราณแล้วหรือภาษาตลาดว่าสามารถประกอบการได้แล้ว หลวงพ่อเตียงได้ศึกษาไสยเวทอันเป็นตำราทางเวทมนต์กับหลวงพ่อปุ่น ผู้เป็นพระกรรมวาจาฯ จนรู้ซึ้งถึงแก่นแท้แล้วในด้านเวทมนต์ แล้วจึงเดินทางไปเรียนวิปัสสนากรรมฐานกับ หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง  หลวงพ่อพิธ นั้นเป็นศิษย์ของ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จึงถือได้ว่าหลวงพ่อเตียง ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์สายตรงของหลวงพ่อเงิน ที่สืบทอดวิชากันมาเพียงไม่นาน เพราะหลวงพ่อเตียงนั้นท่านเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อพิธ หรือศิษย์รักที่ถูกใจอาจารย์นั้นเอง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามสำหรับวันนี้ขอพอแค่นี้ก่อนครับ ขอตัวไปนอนก่อนครับและขอขอบคุณภาพหลวงพ่อเตียงจาก www.luangporngoen.com



เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป # ๒๙ ( พระตำหนักเจ้าแม่กวนอิม โชคชัย ๔ ซอย ๓๙ )






วันนี้ก็ได้กลับมาทำหน้าที่นำทางทุกท่านเข้าวัดอีกครั้งหนึ่งแล้ว และเพื่อให้เข้าบรรยากาศเทศกาลกินเจ ด้วยการพาไปชมตำหนักเจ้าแม่กวนอิม โชคชัยสี่นี่เอง เรามาชมภาพและประวัติเล็กๆน้อยเท่าที่พอจะหาได้มาให้ชมลักษณะของสถานที่ ตำหนักพระแม่กวนอิมมหาโพธิสัตว์ (อวโลกิเตศวร) ตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ 4/37 ซอยสุขสันต์ 7 ถนนลาดพร้าว 53 (โชคชัย 4) กรุงเทพฯ 10230 มีความเป็นมาโดยสังเขปดังนี้
เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2526 หลังจากที่พระแม่วราภรณ์ เลิศรังษี ได้เดินทางกลับจากการไปแสวงบุญ ยังหน่ำไฮ้โพรวถ่อชัว ประเทศจีนแล้ว พระแม่กวนอิมได้เสด็จมารับสั่งว่า "ถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างตำหนักพระแม่กวนอิมฯ ที่ถาวรแห่งใหม่เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ จะมีผู้มีบุญหลั่งไหลมานมัสการเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นที่ตำหนักเดิม (ห้วยขวาง) จะมีเนื้อที่ไม่พียงพอที่จะรับสายธารศรัทธาได้" ในที่สุดที่ดินของพระแม่วราภรณ์ เลิศรังษี ซึ่งอยู่แถวลาดพร้าว จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด


วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป # ๒๘ (วัดถ้ำเสือ กาญจนบุรี)




วันนี้ขอกลับมาที่วัดถ้ำเสืออีกครั้ง ประวัติของวัดถ้ำเสือกันบ้างครับ วัดถ้ำเสือ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทย จากคำบอกเล่าต่อๆกันมา วัดถ้ำเสือแห่งนี้เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ อยู่ในถ้ำบนเขาซึ่งถือกำเนิดมากว่า 100 ปี แต่เดิมภายในถ้ำมีพระพุทะรูปศิลาแลงซึ่งชำรุดหักพังมากมาย มีผู้บอกกล่าวกันต่อๆมาว่าพระพุทธรูปเหล่านั้นเกิดการชำรุดเนื่องจากถูกทหารพม่าทำลายเมื่อครั้งที่ได้ยกทัพผ่านมา โดยใช้เส้นทางด่านพระเจดีย์ 3 องค์เป็นเส้นทางเดินทัพในปี พ.ศ.2516 ได้มีการวางแผ่นฤกษ์สร้างหลวงพ่อชินน์ประทานพร หรือ พระพุทธชินราช ประทับปางประทานพร ขนาดใหญ่สีทองอร่ามโดดเด่นเป็น1.50 เมตร ลึก 2.50 เมตร มีน้ำซึมตลอดเวลา ในปี พ.ศ.2516 ได้มีการวางแผ่นฤกษ์สร้างหลวงพ่อชินน์ประทานพร หรือ พระพุทธชินราช ประทับปางประทานพร ขนาดใหญ่สีทองอร่ามโดดเด่นเป็น1.50 เมตร ลึก 2.50 เมตร มีน้ำซึมตลอดเวลา

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป # ๒๗(จิตรกรรมฝาผนังวัดขนอนเหนือ อ.บางปะอิน อยุธยา)


    
วันนี้ขุนอภัยภักดีกลับมาทำหน้าที่อีกคำรบหนึ่งและจะพาชมจิตรกรรมฝาผนังที่วัดขนอนเหนือ ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ก่อนอื่นต้องขออภัยภาพอาจไม่ชัดมากเพราะทริปนี้ถือก้ลองเล็กลงไป ณ  แดนดินถิ่นนี้ เดิมเป็นสถานที่ ตั้งด่านเก็บภาษีอากร และตรวจคนเข้าเมือง ชื่อด่านคลองห้วยกรด เป็นสถานที่ซึ่งเล่าขานสืบต่อกันมาว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชทานให้นายประทุม ชาวมอญ ซึ่งเป็นพระสหายเมื่อครั้งอยู่ประเทศพม่าและได้ร่วมช่วยกู้อิสรภาพ เมื่อพุทธศักราช 2127



ต่อมาพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้นายประทุม เป็นพระยา สีหราชเดโช เป็นนายด่านใหญ่ ที่ทำการด่านเดิมอยู่บริเวณคณะกลางวัดขนอนเหนือ พระยาสีหราชเดโช  ได้สร้างวัดประทุมสิงขร  ใช้เวลาสร้างวัดสืบทอดกันเป็นระยะเวลานาน จนสร้างแล้วเสร็จเมื่อ พุทธศักราช 2206 และได้วิสุงคามสีมา ประมาณพุทธ-ศักราช  2225  ต่อมาภายหลัง  เมื่อประมาณพุทธศักราช     2327 สร้างวัดแก้วราชธาราม”ขนอนใต้” ชาวบ้านจึงเติมชื่อวัดประทุมสิงขร”ขนอนเหนือ” และใช้ชื่อวัดขนอนเหนือ มาจนปัจจุบัน



ที่วัดขนอนเหนือ มีจิตกรรมฝาผนังเป็นศิลปะวัตถุที่ล้ำค่าเป็นภาพพุทธประวัติที่สวยงาม  ครั้งสมัยอยุธยา ได้ปรับปรุงซ่อมแซมภาพจิตรกรรม เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สำหรับการชมจิตกรรมฝาผนังแต่ละที่โดยส่วนตัวผมแล้วนอกจากความสวยงานด้านฝ๊มือช่างและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นๆแเหมือนคนทั่วๆไปแล้ว ยังมีการมองหาส่วนเล็กๆที่ช่างจะพยายามแอบใส่มุขตลกเล็กๆน้อยๆไว้ ที่ใดที่หนึ่งแล้วแต่สถานที่และจินตนาการของช่าง





นอกจากภาพจิตรกรรมที่ทรงคุณค่าแล้ว ที่วัดฯยังมีพระพุทธรูปที่เคยเป็นข่าวมาแล้วช่วงหนึ่งคือ พระพุทธรูปจริยาปางพยาบาลภิกษุอาพาธ ตั้งอยู่ข้างอุโบสถของวัดประดิษฐานอยู่บนซุ้มปูนปั้นทรงไทย ยกฐานสูงจากพื้นดินประมาณ 180 ซม. ลักษณะของพระพุทธรูปอยู่ในท่านั่ง เข่าขวาตั้งชัน สูงประมาณ 2 เมตร ไว้ผมมวย มีลักษณะพระพักตร์อ่อนหวานคล้ายกับเจ้าแม่กวนอิม ในอุ้งมือมีรูปปั้นพระสงฆ์นอนอยู่ในลักษณะคล้ายกับอาพาธ หรือนอนป่วย  เมื่อ 40 ปีที่แล้ว พระครูพิศาลวิมลกิจ อดีตเจ้าอาวาสวัดขนอนเหนือที่มรณภาพไปแล้ว ได้นำภาพถ่ายพระพุทธรูปปางอาพาธมาให้ช่างปั้นดู และให้ปั้นให้เหมือนกัน เพื่อให้ชาวบ้านได้สักการบูชา ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ก็ขอพอแค่นี้ก่อน





เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป # ๒๖ ( ไหว้หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ชลบุรี )


วันนี้จะพาไปไหว้หลวงพ่ออี๋ ที่วัดสัตหีบ ชลบุรี วัดสัตหีบ หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในนาม " วัดหลวงพ่ออี๋ " ก็เพราะว่า หลวงพ่ออี๋ เป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้นโดยตั้งอยู่เลขที่ 333 หมู่ที่ 1 ถนนชายทะเล ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยวัดถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ 2442 นายขำ และ นางเอียง ทองขำ ได้ขอพระราชทานอธิบดีเป็นที่ดินว่างเปล่าเป็นป่าไม้ที่ไม่มีเจ้าของอนุญาติให้สร้างวัด ด้านเหนือติดทางเกวียน ด้านใต้ติดทะเลและ ด้านตะวันตกติดป่า ด้านตะวันออกติดที่ดินบ้านสัตหีบ โดยในปัจจุบันวัดนี้มีเนื้อที่จำนวน 30 ไร่ 28 ตารางวา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอุโบสถหลังแรกเมื่อวันที่ 21 กันยายน ร.ศ. 138 พ.ศ.2463 เนื้อที่ได้รับพระราชทาน กว้าง 2 เส้น ยาว 3 เส้น
ประวัติของหลวงพ่ออี๋ พระครูวรเวทมุนี หรือที่ปรากฎในนามที่รู้จักกันทั่วไปว่า " หลวงพ่ออี๋ " เพราะท่านชื่อ " อี๋ " ตั้งแต่เกิด เป็นบุตรชายของ นายขำ และนางเอียง ทองขำ เกิดวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2408 ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น 11 ค่ำเดือน 11 ปีฉลูที่บ้านตำบลสัตหีบ กิ่งอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อท่านอายุได้ 25 ปีได้ เข้าอุปสมบทที่วัดอ่างศิลานอกมี พระอาจารย์จั่น จนทโส เป็นพระอุปัชฌาย์ โดยในครั้งนั้นพระอุปฌาย์ได้ตั้งฉายาให้กับท่านว่า " พุทธสโร "

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป # ๒๕( วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กรุงเทพ )

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป # ๒๕( วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน กรุงเทพ )



สวัสดีดีครับพี่น้องและเพื่อนๆ หลังจากห่างหายจากการตั้งกระทู้ไปนาน เหมือนคนห่างวัดซึ่งอันที่จริงแล้วก็ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆวัดนั้นแหละ วันนี้เลยขอตั้งกระทู้แก้ขัดมาให้ชมกันก่อนเอาวัดใกล้ๆตัวนี้แหละครับ.ครับวันนี้พี่ขุนอภัยฯจะพาไปเที่ยวเที่ยววัดพระศรีมหาธาตุบางเขน หรือ วัดประชาธิปไตย (ภาพอาจไม่สวยเท่าที่ควร....ต้องขออภัยบางภาพเป็นภาพเก่ามาให้ชมครับ)

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2558

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดีทริป#๒๔(ถวายผ้าป่าเทียนพรรษา 9 วัด จ.กาญจนบุรี ปี54)
ทริปนี้ไปกับสถานธรรมโพธิสัตโตตรงข้ามบ้านครับ ปีนี้ไปจังหวัดกาญจนบุรี ออกเดินทางจากกรุงเทพตอนเที่ยงคืนวันเสาร์ จำนวนรถปีนี้ร่วมขบวนทั้งหมด 13 คันรถบัส เริ่มวัดแรกที่เดินทางไปถึงคือวัดถ้ำเขาน้อย ชมบรรยากาศกันเลยครับ
วัดถ้ำเขาน้อยเป็นวัดในพุทธศาสนาแบบอนัมนิกาย(ญวน) ภายในวัดประกอบด้วนสถาปัตยกรรมแบบจีน ปริศนาธรรมจากรูปปั้น ๑๘ พระอรหันต์กับหลวงจีน

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดีทริป#๒๓(ถวายเทียนพรรษาทริปที่ 2 วัดอมราวราราม มาฝาก)

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดีทริป#๒๓(ถวายเทียนพรรษาทริปที่ 2 วัดอมราวราราม มาฝาก)

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป #๒๒ (ถวายเทียนพรรษา วัดเขาวง สระบุรี)

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป #๒๒ (ถวายเทียนพรรษา วัดเขาวง สระบุรี)
ความตั้งใจที่จะไปทำบุญ ถวายเทียนพรรษา ปรึกษาผบ.ว่าจะชวนไปถวายเทียนพรรษาที่วัดเขาวง สระบุรี ชวนแม่และน้องๆไปถวายเทียนด้วยกัน 10 คนรถ 4 คันเลยได้เป็นทริปเล็กๆ
ที่วัดนนี้มีพระครูภาวนาพิลาศเป็นเจ้าอาวาสหลวงพ่อท่านเป็นพระที่มีอัธยาศัยดีมากๆ มีธรรมะดีๆมาให้ฟัง ซึ่งท่านมีฉายาว่า  อินฺทวํโส วัดเขาวง ตำบลเขาวง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยประวัติของท่านมีดังนี้
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดเขาวง, ประธานหน่วยอบรมประชาชน ประจำตำบลเขาวง และรองเจ้าคณะอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป # ๒๑ (ชมภาพแม่พระธรณีสวยที่สุดในประเทศวัดชมภูเวก นนทบุรี)

เที่ยววัดกับขุนอภัยภักดี ทริป # ๒๑ (ชมภาพแม่พระธรณีสวยที่สุดในประเทศวัดชมภูเวก นนทบุรี)
วันนี้ขุนอภัยภักดีจะพาไปชมวัดชมภูเวก นนทบุรี เป็นวัดใกล้ๆกรุงเทพนี่เองซึ่งวัดนี้เคยนำมาลงแล้วครั้งหนึ่งในบอร์ดเก่า แต่ด้วยข้อมูลเก่าได้หายไปขับรถผ่านวัดพอดีเลยแวะเข้าไปอีกครั้ง หลังจากที่เคยนำเสนอมาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งชั่งนั้นทางวัดกำลังบูรณะพอดี วันนี้กะว่าจะเข้าไปชมความสวยงามภายในโบสถหลังเก่าหลังจากการบูรณะ แต่ก็ต้องผิดหวัง เนื่องจากทางวัดไม่ได้เปิดให้ชม แต่ก็ไม่ได้ถามรายละเอียดมาว่ามีการเปิดให้ชมวันไหนบ้าง ภาพที่นำมาให้ชมอาจจะซ้ำกันบ้างต้องขออภัย