ร้าน “รวมปลา” อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Blogger นี้จัดทำเพื่อแบ่งปันข้อมูลการท่องเที่ยวทำบุญ ประวัติความเป็นมาของสถานที่ต่างๆที่ได้ไปมาแล้วและบันทึกภาพถ่ายมาด้วยตัวเองเท่านั้น ดังนั้นรูปภาพต่างๆที่อยู่ใน Blogger จึงขอสงวนลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพ่รต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นประสบการณ์ที่ได้พบมาด้วยตัวเองแล้วเอามาเล่าสู่กันฟัง และการค้นหาข้อมูลจาก เวปต่างๆมารวบรวมเอาไว้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำเอาข้อมูลไปใช้ในการท่องเที่ยวทำบุญไหว้พระและกราบเกจิอาจารย์ตามวัดและสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่ง
วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565
วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565
ปราสาทนครหลวง อยู่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งทิศตะวันออก ตำบลนครหลวง เป็นตำหนักที่ประทับในระหว่างเสด็จไปพระพุทธบาทที่สระบุรีและเป็นที่ประทับแรมในระหว่างเสด็จลพบุรี สันนิษฐานว่า สร้างในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม แต่มาสร้างเป็นที่ประทับก่ออิฐถือปูนในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ในแผ่นดินนี้พระองค์โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบปราสาทศิลาที่เรียกว่า "พระนครหลวง" ในกรุงกัมพูชาเมื่อ พ.ศ. 2147 มาสร้างใกล้วัดเทพจันทร์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติที่ได้กรุงกัมพูชากลับมาเป็นประเทศราชอีก แต่สร้าง ไม่เสร็จสมบูรณ์ด้วยประการใดไม่ปรากฏ ต่อมาจึงมีผู้สร้างมณฑปและ พระบาทสี่รอยขึ้นบนปราสาทนี้ ส่วนตำหนักที่สร้างข้างปราสาทนี้ได้ปรักหักพังหมดแล้ว
เที่ยวโบราณสถานคลังดีบุก อยุธยา
คลังดีบุก ตั้งอยู่บริเวณปากคลองฉะไกรใหญ่ (คลองท่อ) ทางด้านทิศใต้เยื้องกับวัดพุทไธศวรรย์เล็กน้อย ดีบุกในสมัยโบราณมีความสำคัญคือ ใช้ผสมกับทองแดงเป็นโลหะสำริดใช้ทำภาชนะ เช่น ถ้วยชา กระถางธูป ตลอดจนเป็นวัสดุใช้แทนกระเบื้องมุงหลังคาเช่น หลังคาของพระที่นั่งสรรเพชญืปราสาท เป็นต้น สภาพปัจจุบันคงเหลือฐานอาคารซึ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด กว้าง 10.50 เมตร ยาว 216.90 เมตร สูง 1.10 เมตร เป็นผนังก่ออิฐสลับกับศิลาแลง ตัวอาคารถูกแบ่งเป็นห้อง 3 ห้อง สันนิษฐานว่าคงจะใช้เป็นที่เก็บรวบรวมดีบุก เพื่อใช้ทำเงินและกระเบื้องดีบุกเพราะจากพงศาวดารกล่าวว่า พระที่นั่งสรรเพชญ์ปราสาท หลังคามุงด้วยกระเบื้องดีบุกตะกั่ว (ดีบุก) จากหนังสือคำให้การซาวกรุงเก่าและพงศาวดารกรุงเก่ากล่าวว่า ตะกั่ว (ดีบุก) จะนำมาจากเมืองกาญจนบุรี ซึ่งเป็นหัวเมืองของอยุธยา ที่ส่งส่วยมาให้กับอยุธยาเพื่อทำเงิน กระเบื้องและอื่น ๆ เช่น ถ้วยชา กระถางธูป
เที่ยวพระธาตุหลวง เวียงจันทร์
พระธาตุหลวง หรือ {พระเจดีย์โลกะจุฬามณี} นับเป็น{ปูชนียสถาน|บูชนียสถาน}อันสำคัญยิ่งแห่ง นครหลวงเวียงจันทน์ และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ ตามตำนานกล่าวว่า พระธาตุหลวง มีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกัน พระธาตุพนมในประเทศไทย และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงอย่างแยกไม่ออก {สถานที่|ทำเลที่ตั้ง|ที่ตั้ง}นี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างของประเทศลาว {ดังปรากฏว่าตราแผ่นดินของลาว}ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มีรูป พระธาตุหลวง เป็นภาพประธานในดวงตรา
{ตามตำนานอุรังคนิทานได้กล่าวไว้}ว่า พระธาตุหลวง {สร้างขึ้นคราวเดียวกับการสร้างเมืองนครเวียงจันทน์ หลังจากก่อสร้างพระธาตุพนมแล้ว ผู้สร้างคือ บุรีจันอ้วยล้วย หรือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พร้อมกับพระอรหันต์ 5 องค์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า 27 พระองค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย โดยก่อเป็นอุโมงค์หินคร่อมไว้ อุโมงค์นั้นกว้างด้านละ 5 วา ผนังหนา 2 วา และสูงได้ 4 วา 3 ศอก เมื่อได้ทำการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้ว พระเจ้าจันทบุรี จึงได้มีพระราชดำรัสให้เสนาอำมาตย์สร้างวิหารขึ้นในเมืองจันทบุรีหรือนครเวียงจันทน์ 5 หลัง เพื่อให้เป็นที่อยู่จำพรรษาของ พระอรหันต์ทั้ง 5 องค์นั้นด้วย ตามตำนานดังกล่าวระบุศักราชการสร้างว่าอยู่ในช่วง พ.ศ. 238}
ในปัจจุบัน {พระธาตุหลวงมีลักษณะ}คล้ายป้อมปราการ เพราะมีการสร้างระเบียงสูงใหญ่ขึ้นโอบล้อมรอบองค์พระธาตุไว้ พร้อมกับทำช่องหน้าต่างเล็กๆเอาไว้โดยตลอด สำหรับประตูทางเข้านั้นเป็นประตูไม้บานใหญ่ ลงรักสีแดงไว้ทั้งหมด นอกจากนี้รอบๆองค์พระธาตุใหญ่ยังมีเจดีย์บริวารล้อมรอบอยู่โดยรอบอีหลายองค์ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะเห็นสัญลักษณ์หนึ่งแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาแห่งนี้ปรากฏอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแกะสลักพญานาค พระพุทธรูปปิดทองลายกลีบบัวประดับอยู่บนฐานปักษ์ และถัดจาก{ประตูทางเข้าใหญ่ประมาณ 100 เมตรจะแลเห็นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ตั้งอยู่บนฐานสูง พระหัตถ์ทรงถือพระแสงดาบวางพาดไว้บนพระเพลา เล่ากันว่า พระแสงดาบเล่มนี้ทำหน้าที่ปกป้องพระธาตุหลวงซึ่งได้ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวลาวทุกคน}
เที่ยวประตูชัย นครเวียงจันทร์ ลาว
ประตูชัย หรือ ประตูไซ สามารถเดินทางจากถนนล้านช้างมุ่งหน้ามาทางวงเวียนใหญ่ จะเห็น ประตูชัย โดดเด่นและตระหง่านอยู่กลางเมืองเวียงจันทน์ ประตูชัย เป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยท่านทำไซยะสิด สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2512 เป็นการสร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงประชาชนชาวลาว โดยลักษณะของ ประตูชัย จะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส มีประตูทั้งสี่ด้าน แบ่งออกเป็นสามชั้น ชั้นที่สามนั้นเป็นส่วนของหลังคา มียอดช่อฟ้าถึง 5 ยอด เรียกว่า ปัญจศิลา ซึ่งสื่อความหมายอันลึกซึ้งถึงหลักการปกครองของประเทศลาวคือ พันธมิตร การผ่อนปรนยืดหยุ่น ความซื่อสัตย์ การให้เกียรติ และความรุ่งเรืองประตูชัย นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะด้วยการก่อสร้างนี้เกิดจากการใช้ปูนซีเมนต์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะใช้สร้างสนามบิน แต่เมื่อสหรัฐอเมริกา ประเทศลาวจึงนำปูนซีเมนต์นั้นมาสร้างเป็น ประตูชัย ซึ่งได้รับอิทธิพลด้านสถาปัตยกรรมมาจากประเทศฝรั่งเศล แต่ผสมผสานศิลปะแบบลาว ด้วยภาพมหากาพย์รามายณะ แบบซุ้มโค้งใต้ประตู อีกทั้งยังสามารถเดินขึ้นไปเพื่อชื่นชมทัศนียภาพของเมืองเวียงจันทน์ได้แบบมองเห็นทั่วเมือง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)